หน้าแรก | ข่าวทั่วไป | รพ.ค่ายสุรนารีรับมือหวัด 2009 ระดมแม่บ้านครอบครัวทหารทำหน้ากากอนามัยแจก

รพ.ค่ายสุรนารีรับมือหวัด 2009 ระดมแม่บ้านครอบครัวทหารทำหน้ากากอนามัยแจก

image บรรดาแม่บ้านครอบครัวทหารรวมใจกันเร่งรีบทำหน้ากากอนามัยให้ทันแจกจ่าย

โรงพยาบาลค่ายสุรนารีโคราชฝ่าวิกฤตรับมือไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ ด้วยการระดมแม่บ้านครอบครัวทหารและชาวโคราชทำหน้ากากอนามัยและสบู่เหลวใช้เอง หวังลดสถาการณ์ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009

     ผู้สื่อข่าวโคราชฟอรั่มออนไลน์ยังคงรายงานเกาะติดสถานการณ์ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา โดยที่โรงพยาบาลค่ายสุรนารี ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา  พล.ต.คมสัน   มานวกุล รองแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานเปิดโครงการหน้ากากอนามัย คุ้มโรคภัยครอบครัว    โดยในโครงการดังกล่าวจัดขึ้นโดยชมรมแม่บ้าน รพ.ค่ายสุรนารี มีการบรรยายอบรมให้ความรู้ในเรื่องของสถานการณ์ความรุนแรงของเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009  รวมทั้งวิธีการป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อ  นอกจากนี้ภายในการอบรมยังได้จัดให้มีการสาธิตสอนวิธีการทำหน้ากากอนามัยจากวัตถุดิบที่หาได้ง่าย ในพื้นที่รวมทั้งการทำสบู่เหลวจากสารสกัดธรรมชาติ ให้แก่ผู้ที่เข้ารับการอบรมในครั้งนี้ด้วย  การฝึกอบรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการให้ความรู้แก่กำลังพลครอบครัวในเรื่องการป้องกัน การรักษาโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 อย่างถูกวิธีและสร้างความตื่นตัวในการดูแลตนเองและครอบครัวของผู้เข้ารับการฝึกอบรมและเพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับกำลังพลและครอบครัวในการซื้อหน้ากากอนามัยและส่งเสริมสายใยรักครอบครัวอีกด้วย 

      ซึ่งตลอดระยะเวลาการฝึกอบรมครั้งนี้มี พ.อ.นพ. วิรัช บูรณรัช ผู้อำนวยการกองอายุรกรรมและประธานคณะกรรมการควบคุมและป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาลค่ายสุรนารีเป็นผู้ควบคุมการผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ อย.กำหนด ได้รับความสนใจจากกลุ่มแม่บ้านทหารในสังกัดกองทัพภาคที่ 2และประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมาเข้าร่วมฝึกทำหน้ากากอนามัยและสบู่เหลวล้างมือเพื่อนำกลับไปทำให้คนภายในบ้านของตนเองใช้เป็นจำนวนมาก

9

     นางโสภาพรรณ    วงษ์ท้าว ประธานชมรมแม่บ้าน รพ.ค่ายสุรนารีกล่าวว่า  จากสภาวะการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 และทางกระทรวงสาธารณสุขได้รณรงค์ให้ประชาชนป้องกันการระบาดของโรคด้วยมาตรการ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ และสวมหน้ากากอนามัย ซึ่งส่งผลให้บริษัทที่ผลิตหน้ากากอนามัยต้องเพิ่มปริมาณในการผลิตมากขึ้นจนไม่สามารถผลิตหน้ากากอนามัยออกมารองรับความต้องการของประชาชนได้อย่างเพียงพอและหน้ากากอนามมัยใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง จึงทำให้เกิดการสิ้นเปลืองและเพิ่มขยะติดเชื้อด้วย  ทางโรงพยาบาลค่ายสุรนารีและชมรมแม่บ้าน รพ.ค่ายสุรนารีจึงเล็งเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าวจึงได้จัดทำโครงการหน้ากากอนามัยคุ้มโรคภัยครอบครัวเพื่อเป็นการให้ความรู้และสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมายให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

     โดยมีการเชิญวิทยากรพ.อ.นายแพทย์วิรัช บูรณรัช ผอ.อายุรกรรม รพ.ค่ายสุรนารีมาให้ความรู้เรื่องโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009  และเป็นผู้ควบคุมการผลิตหน้ากากและสบู่เหลวล้างมือให้ได้มาตรฐานตามที่ อย.กำหนด  พร้อมทั้งยังมีวิทยากรสาธิตการทำหน้ากากอนามัยและสบู่เหลวใช้ล้างมือป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009  สำหรับราคาต้นทุนในการผลิตหน้ากากอนามัยอยู่ที่ อันละ 2.50 บาท  ส่วนสบู่เหลวในความจุขวดละ 200 มิลลิลิตร อยู่ที่ขวดละ 40 บาท  ซึ่งถูกกว่าท้องตลาด โดยผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมสามารถนำความรู้ไปผลิตหน้ากากอนามัยและสบู่เหลวใช้เองในครอบครัวได้และถ้าเหลือก็สามารถจำหน่ายสร้างรายได้อีกทางหนึ่งด้วย

10

     พ.อ.นพ.วิรัช  บูรณรัช ผู้อำนวยการกองอายุรกรรมและประธานคณะกรรมการควบคุมและป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาลค่ายสุรนารีเปิดเผยว่า  การดำเนินการโครงการฝึกอบรมทำหน้ากากอนามัยและสบู่เหลวล้างมือเพื่อใช้ป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ของชมรมแม่บ้านโรงพยาบาลค่ายสุรนารีในครั้งนี้นั้นทางคณะแพทย์ของโรงพยาบาลค่ายสุรนารีได้ได้ช่วยให้คำแนะนำและควบคุมขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่การเตรียมส่วนผสม กระบวนการผลิต จนกระทั่งได้ผลผลิตออกมาทุกขั้นตอน เพื่อให้ได้มาตรฐานตามมาตรฐานขององค์การอาหารและยา  และสามารถนำไปใช้ในการป้องกันเชื้อไข้หวัด 2009 ได้จริงโดยในส่วนของหน้ากากอนามัยนั้น ก็จะใช้ผ้าไนล่อน ลวดกันสนิม ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่หาได้ทั่วไปตามท้องตลาดและมีราคาไม่แพง  มาตัดเย็บด้วยมือ โดยใช้แบบของหน้ากากอนามัยทั่วไปที่มีวางขายในท้องตลาด  ต้นทุนต่อชิ้นจะตกอยู่ที่ ชิ้นละ 2.50 บาท   ซึ่งหากว่าไปซื้อตามท้องตลาดทั่วไปก็จะอยู่ที่ประมาณชิ้นละ 10 บาท

    ส่วนการทำสบู่เหลวล้างมือนั้น ก็จะใช้ส่วนผสมซึ่งประกอบด้วย สบู่ก้อนที่วางขายอยู่ตามท้องตลาดทั่วไป นำมาหั่นเป็นฝอย  นำมาผสมกับน้ำสะอาดประมาณ 3 – 4 เท่าของเนื้อสบู่ ลงในภาชนะสแตนเลส ตั้งบนไฟอ่อนๆ จากนั้นเคี่ยวให้เข้ากัน เติมสารเคมีกรีเซอร์รีนซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามร้านเคมีภัณฑ์ทั่วไปใส่ผสมลงไปเล็กน้อย ประมาณ 3ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำครี่งลิตรเพิ่มคงสภาพความเป็นสบู่เหลวไว้ให้ยาวนาน สุดท้ายหากต้องการกลิ่นของสมุนไพรก็ให้เติมน้ำสมุนไพรนั้นๆลงไปด้วยก็จะได้สบู่เหลวที่ไว้ใช้ล้างมือป้องกันไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ได้แล้ว ส่วนในเรื่องของคุณภาพนั้น ตนเองยืนยันว่า สบู่เหลวที่ผลิตขึ้นเองนั้นสามารถฆ่าเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ได้อย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าไม่มีส่วนผสมของน้ำยาฆ่าเชื้อโรค  เนื่องจากเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 นั้นเพียงแค่ถูกสัมผัสจากน้ำสบู่ทั่วไปก็จะตายทันที  ดังนั้นส่วนผสมหลักของสบู่เหลวนี้ซึ่งเป็นสบู่ก้อน ก็จะสามารถฆ่าเชื้อโรคได้อย่างไม่ต้องสงสัย สำหรับเรื่องของต้นทุนการผลิตนั้นสบู่เหลวที่ผลิตได้ประมาณ 200 ลิตร จะมีต้นทุนอยู่ที่ 40 บาท ในขณะที่สบู่เหลวที่วางขายตามท้องตลาดทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 120-140 บาท

ส่งข่าวนี้ไปยัง: Add to your del.icio.us del.icio.us Digg this story Digg Add to Technorati Technorati

ความคิดเห็น ( จำนวนโพส):

โพสแสดงความเห็นของคุณ comment
กรุณาใส่รหัสตามภาพที่เห็น:
หมวดหมู่
หัวข้อข่าวนี้ไม่ระบุหมวดหมู่
ให้คะแนนระดับความนิยม
4.33
ais package adv